ประโยชน์เครื่องซีลสูญญากาศ คู่มือครบวงจรสำหรับธุรกิจ

สวัสดีครับทุกท่าน! วันนี้เราจะมาคุยกันเรื่อง ‘ประโยชน์เครื่องซีลสูญญากาศ’ ซึ่งเป็นอุปกรณ์ที่หลายธุรกิจกำลังให้ความสนใจ เพราะมันช่วยได้เยอะจริงๆ นะครับ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการถนอมอาหาร การยืดอายุสินค้า หรือแม้กระทั่งช่วยให้การจัดเก็บเป็นระเบียบมากขึ้น ถ้าใครกำลังมองหาตัวช่วยดีๆ ให้กับธุรกิจของคุณ ห้ามพลาดบทความนี้เลยครับ เราจะมาดูกันว่าเครื่องซีลสูญญากาศมันมีดียังไงบ้าง
ข้อควรรู้เกี่ยวกับเครื่องซีลสูญญากาศ
- เครื่องซีลสูญญากาศทำงานโดยการดึงอากาศออกจากถุงก่อนปิดผนึกด้วยความร้อน ช่วยยืดอายุสินค้าและป้องกันการเสื่อมเสียได้ดี
- มีเครื่องซีลสูญญากาศหลายประเภทให้เลือกใช้ตามความเหมาะสมของธุรกิจ ตั้งแต่ขนาดเล็กสำหรับครัวเรือนไปจนถึงขนาดใหญ่สำหรับอุตสาหกรรม
- การเลือกเครื่องซีลที่เหมาะสมกับประเภทผลิตภัณฑ์และปริมาณการผลิตเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุด
- การดูแลรักษาเครื่องซีลสูญญากาศอย่างสม่ำเสมอ เช่น การเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องหรือการเปลี่ยนแถบซีล จะช่วยยืดอายุการใช้งานและลดปัญหาการซ่อมแซม
- เครื่องซีลสูญญากาศไม่เพียงแต่ช่วยถนอมอาหาร แต่ยังช่วยเพิ่มพื้นที่จัดเก็บในตู้เย็น และทำให้ผลิตภัณฑ์ดูน่าสนใจยิ่งขึ้น
เครื่องซีลสูญญากาศคืออะไร

เครื่องซีลสูญญากาศ หรือที่เรียกกันติดปากว่า “เครื่องซีลถุง” เป็นอุปกรณ์ที่ช่วยให้ธุรกิจของคุณทำงานได้ง่ายขึ้นเยอะเลยนะ มันทำงานง่ายๆ คือการดูดอากาศออกจากถุงบรรจุภัณฑ์ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ก่อนที่จะทำการปิดปากถุงให้สนิทด้วยความร้อน หลักการนี้สำคัญมาก เพราะมันช่วยป้องกันไม่ให้อากาศภายนอกเข้าไปทำปฏิกิริยากับสินค้าข้างในได้
ลองนึกภาพตามนะ เวลาเราซื้อของมาแล้วอยากเก็บไว้นานๆ โดยเฉพาะพวกอาหาร ถ้ามีอากาศเข้าไปเยอะๆ มันก็จะเสียเร็วใช่มั้ยล่ะ? เครื่องซีลนี่แหละคือตัวช่วยที่จะทำให้สินค้าของคุณอยู่ได้นานขึ้นเยอะเลย ไม่ว่าจะเป็นอาหารสด อาหารแห้ง หรือแม้แต่ของที่ไม่ใช่อาหารอย่างพวกอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ต้องระวังความชื้น ก็สามารถใช้เครื่องนี้ช่วยได้เหมือนกัน
ประโยชน์หลักๆ ของมันก็มีหลายอย่างเลยนะ
- ยืดอายุการเก็บรักษา: นี่คือข้อดีอันดับต้นๆ เลย เพราะการไม่มีอากาศในถุง ทำให้แบคทีเรียที่ทำให้ของเสียเจริญเติบโตได้ยากขึ้น อาหารก็จะเน่าเสียช้าลงไปหลายเท่าตัวเลย
- คงคุณภาพและความสดใหม่: นอกจากจะเก็บได้นานขึ้นแล้ว สีสันและสารอาหารต่างๆ ก็ยังคงสภาพดีอยู่ ทำให้สินค้าดูน่าซื้อน่าใช้เสมอ
- ลดกลิ่นไม่พึงประสงค์: สำหรับอาหารที่มีกลิ่นแรงๆ อย่างทุเรียน หรือปลาร้า การซีลด้วยเครื่องนี้จะช่วยกักเก็บกลิ่นไว้ในถุงได้ดี ไม่เหม็นฟุ้งไปทั่ว
- ช่วยในการหมักและปรุงอาหาร: เวลาเราหมักเนื้อสัตว์หรือวัตถุดิบต่างๆ แล้วซีลด้วยเครื่องนี้ เครื่องปรุงจะซึมเข้าเนื้อได้ดีกว่าเดิมมาก ทำให้รสชาติเข้มข้นขึ้น แถมยังประหยัดเวลาด้วยนะ
- ประหยัดพื้นที่จัดเก็บ: พออากาศถูกดูดออกไปจนหมด ถุงก็จะแฟบลง ทำให้เราสามารถจัดเก็บของในตู้เย็นหรือช่องฟรีซได้เยอะขึ้น ประหยัดพื้นที่ไปได้เยอะเลย
เครื่องซีลสูญญากาศทำงานโดยการสร้างสภาวะที่อากาศน้อยที่สุดภายในถุงบรรจุภัณฑ์ จากนั้นจึงใช้ความร้อนปิดปากถุงให้สนิท เพื่อป้องกันไม่ให้อากาศกลับเข้าไปอีกครั้ง กระบวนการนี้ช่วยชะลอการเสื่อมสภาพของสินค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ
สรุปง่ายๆ เลยก็คือ เครื่องซีลสูญญากาศเป็นอุปกรณ์ที่ช่วยให้สินค้าของคุณมีอายุยืนยาวขึ้น คุณภาพดีขึ้น แถมยังช่วยให้การจัดเก็บเป็นระเบียบและประหยัดพื้นที่อีกด้วย เป็นตัวช่วยที่ดีมากๆ สำหรับธุรกิจที่เกี่ยวกับสินค้าที่ต้องรักษาคุณภาพนะ
เครื่องซีลทำงานอย่างไร

เครื่องซีลสูญญากาศทำงานง่ายๆ ไม่ซับซ้อนเลยครับ หลักการสำคัญคือการดึงอากาศออกจากถุงให้มากที่สุดก่อน แล้วค่อยใช้ความร้อนซีลปิดปากถุงให้สนิท เพื่อป้องกันไม่ให้อากาศภายนอกเข้าไปได้อีก ลองนึกภาพตามนะครับ
- สร้างสภาวะสุญญากาศ: เราจะวางสินค้าที่ต้องการแพ็กใส่ในถุงสูญญากาศ จากนั้นก็นำปากถุงมาวางไว้ในช่องซีลของเครื่อง เครื่องจะเริ่มทำงานโดยการดูดอากาศภายในถุงออกไปจนเกือบหมด ทำให้ถุงแฟบลง
- ขั้นตอนการซีล: พออากาศถูกดูดออกไปจนได้ที่แล้ว เครื่องจะใช้ความร้อนจากแถบความร้อน (heating element) ละลายปากถุงพลาสติกให้หลอมติดกันอย่างแน่นหนา เป็นการผนึกปิดปากถุง
- ระบายความร้อน: หลังจากซีลเสร็จ เครื่องจะค่อยๆ ปล่อยให้รอยซีลเย็นตัวลง เพื่อให้พลาสติกแข็งตัวและปิดผนึกได้อย่างสมบูรณ์และแข็งแรง
กระบวนการทั้งหมดนี้ใช้เวลาไม่นานครับ ทำให้สินค้าที่อยู่ข้างในไม่สัมผัสกับอากาศภายนอก ซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้อาหารหรือสิ่งของต่างๆ เสียหายหรือเสื่อมสภาพได้ง่าย
การทำงานของเครื่องซีลสูญญากาศนั้นอาศัยหลักการพื้นฐานของการกำจัดอากาศออกไปก่อน แล้วจึงใช้ความร้อนในการปิดผนึกปากถุงให้แน่นหนา ซึ่งเป็นวิธีที่ช่วยยืดอายุการเก็บรักษาผลิตภัณฑ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
เครื่องซีลแต่ละประเภทก็อาจมีรายละเอียดการทำงานที่แตกต่างกันไปบ้าง เช่น เครื่องซีลแบบภายนอก (External vacuum sealer) ที่เราเห็นกันบ่อยๆ จะเหมาะกับสินค้าแห้ง ส่วนเครื่องซีลแบบห้องสูญญากาศ (Chamber vacuum sealer) จะเหมาะกับงานอุตสาหกรรมที่ต้องการปริมาณมากและหลากหลายกว่า
เปรียบเทียบเครื่องซีล

เวลาเลือกซื้อเครื่องซีลสูญญากาศเนี่ย มันมีหลายแบบให้เลือกจริงๆ นะครับ บางทีก็งงว่าแบบไหนเหมาะกับเราที่สุด วันนี้เรามาดูกันว่าแต่ละแบบมันต่างกันยังไงบ้าง จะได้เลือกไม่ผิดตัว
หลักๆ แล้ว เครื่องซีลสูญญากาศจะแบ่งตามลักษณะการทำงานและกำลังการผลิตได้ประมาณนี้ครับ:
- เครื่องซีลสูญญากาศระบบภายนอก (External Vacuum Sealer): อันนี้เป็นแบบที่เห็นกันบ่อยๆ ตามบ้านเรานี่แหละครับ ใช้งานง่าย ไม่ซับซ้อน เหมาะกับงานที่ไม่หนักมาก เช่น การซีลอาหารแห้ง หรือของที่ไม่ใหญ่มาก แต่ข้อจำกัดคือจะใช้ได้กับถุงบางประเภทเท่านั้น เช่น ถุงลายหรือถุงจีบข้าง และกำลังผลิตจะอยู่ที่ประมาณ 30-50 ถุงต่อวัน เหมาะกับธุรกิจขนาดเล็ก หรือใช้ในครัวเรือนครับ
- เครื่องซีลสูญญากาศระบบลิ้นดูด (Nozzle Vacuum Sealer): รุ่นนี้จะเห็นตามธุรกิจ SME ขนาดเล็กถึงกลางเยอะหน่อยครับ จุดเด่นคือมีแท่งเหล็กหรือลิ้นดูดอากาศออกมา ทำให้ซีลของที่มีความเปียกชื้นได้ดีกว่า เพราะมีแทงก์รองรับน้ำด้วย ที่สำคัญคือใช้กับถุงแบบเรียบได้ทุกชนิด รวมถึงถุงไนล่อนที่เอาไปแช่แข็งได้ กำลังผลิตจะสูงขึ้นมาหน่อย คือมากกว่า 100 ถุงต่อวัน แต่ก็ไม่รองรับถุงลายหรือถุงจีบข้างนะ
- เครื่องซีลสูญญากาศระบบห้อง (Chamber Vacuum Sealer): ถ้าเป็นงานอุตสาหกรรมที่ต้องการผลิตเยอะๆ ต้องยกให้รุ่นนี้เลยครับ สามารถซีลได้กับถุงทุกประเภทและสินค้าทุกชนิด รวมถึงถุงไนล่อนที่แช่แข็งได้ด้วย แต่รุ่นนี้จะเป็นระบบปั๊มสูญญากาศแบบน้ำมัน ซึ่งต้องมีการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันทุกๆ 2-3 เดือน กำลังผลิตสูงมาก ตั้งแต่ 200-500 ถุงต่อวันเลยทีเดียว
การเลือกเครื่องซีลที่เหมาะสมกับประเภทธุรกิจและปริมาณงาน จะช่วยให้การทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น และประหยัดค่าใช้จ่ายในระยะยาวครับ ลองพิจารณาจากกำลังการผลิต ประเภทของถุงที่ใช้ และลักษณะของสินค้าที่จะซีลดูนะครับ
แต่ละแบบก็มีข้อดีข้อเสียต่างกันไป ลองดูตารางเปรียบเทียบคร่าวๆ นี้ครับ:
| ประเภทเครื่องซีล | เหมาะสำหรับ | กำลังผลิต (ถุง/วัน) | การรองรับถุง | ข้อควรพิจารณา |
|---|---|---|---|---|
| ระบบภายนอก | ครัวเรือน, ธุรกิจเล็ก | < 30-50 | ถุงลาย, ถุงจีบข้าง | ใช้งานง่าย, ราคาไม่สูง |
| ระบบลิ้นดูด | SME ขนาดเล็ก-กลาง | > 100 | ถุงเรียบทุกชนิด, ถุงไนล่อน | ซีลของเปียกได้, มีแทงก์น้ำ |
| ระบบห้อง | อุตสาหกรรม | > 200-500 | ทุกประเภท | ผลิตจำนวนมาก, ต้องดูแลปั๊มน้ำมัน |
หวังว่าข้อมูลนี้จะช่วยให้ตัดสินใจเลือกเครื่องซีลที่ใช่ได้ง่ายขึ้นนะครับ
ข้อดีข้อเสียเครื่องซีลสูญญากาศ
การใช้เครื่องซีลสูญญากาศเนี่ย มันก็มีทั้งข้อดีที่เห็นได้ชัดเจนเลยนะ แล้วก็มีข้อที่ต้องพิจารณาเหมือนกัน ลองมาดูกันทีละอย่างดีกว่า
ข้อดีหลักๆ เลยก็คือ
- ยืดอายุการเก็บรักษาอาหารได้นานขึ้น: อันนี้คือจุดเด่นที่สุดเลย เพราะการดูดอากาศออกไปเนี่ย มันช่วยชะลอการเติบโตของแบคทีเรียและจุลินทรีย์ต่างๆ ได้เยอะเลย ทำให้อาหารสดใหม่ได้นานกว่าเดิม 3 เท่าตัวเลยนะ
- คงคุณภาพและความสดใหม่: นอกจากจะเก็บได้นานขึ้นแล้ว สีสันและสารอาหารในอาหารก็ยังดูสดใหม่ ไม่ค่อยเสื่อมสภาพเท่ากับการเก็บแบบปกติ
- ลดกลิ่นไม่พึงประสงค์: เหมาะมากสำหรับอาหารที่มีกลิ่นแรงๆ อย่างทุเรียน หรือปลาร้า เพราะมันจะกักกลิ่นไว้ในถุงได้ดี ไม่เหม็นฟุ้งไปทั่วตู้เย็น
- ช่วยในการหมักและปรุงอาหาร: พอไม่มีอากาศในถุง เครื่องปรุงต่างๆ จะซึมเข้าเนื้อวัตถุดิบได้ดีขึ้น ทำให้รสชาติเข้มข้นขึ้น และใช้เวลาหมักน้อยลงด้วยนะ
- ประหยัดพื้นที่จัดเก็บ: พออากาศถูกดูดออกไป ถุงก็จะแฟบลง ทำให้จัดเก็บในตู้เย็นหรือช่องฟรีซได้เป็นระเบียบและประหยัดพื้นที่มากขึ้นเยอะเลย
- พกพาสะดวก: เครื่องบางรุ่นมีขนาดเล็ก พกพาไปไหนมาไหนได้ง่าย เหมาะกับร้านอาหารเล็กๆ หรือใช้ในบ้าน
การทำงานของเครื่องซีลสูญญากาศคือการสร้างสภาวะที่อากาศน้อยที่สุดในบรรจุภัณฑ์ จากนั้นจึงใช้ความร้อนปิดผนึกปากถุงให้สนิท เพื่อป้องกันไม่ให้อากาศภายนอกกลับเข้าไปได้อีก ซึ่งกระบวนการนี้เองที่ช่วยยับยั้งการเสื่อมเสียของอาหารได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ส่วนข้อที่ต้องพิจารณา หรืออาจจะมองว่าเป็นข้อเสียบ้าง ก็มีประมาณนี้:
- ต้นทุนเริ่มต้น: การซื้อเครื่องซีลสูญญากาศและถุงซีลโดยเฉพาะ ก็มีค่าใช้จ่ายเริ่มต้นที่ต้องลงทุนไปก่อน
- ข้อจำกัดของถุง: เครื่องซีลบางประเภทอาจจะใช้ได้กับถุงบางชนิดเท่านั้น เช่น ถุงลายนูน หรือถุงแบบเรียบ ต้องดูให้ดีก่อนซื้อ
- การดูแลรักษา: เครื่องบางรุ่น โดยเฉพาะรุ่นอุตสาหกรรม อาจจะต้องมีการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง หรือเปลี่ยนแถบซีลเป็นระยะๆ เพื่อให้เครื่องทำงานได้ดีอยู่เสมอ
- การใช้งานต่อเนื่อง: ไม่ควรใช้งานเครื่องติดต่อกันนานเกินไป ควรมีช่วงให้เครื่องได้พัก เพื่อยืดอายุการใช้งานและป้องกันความร้อนสะสม
เครื่องซีลยืดอายุสินค้า
รู้ไหมว่าเครื่องซีลสูญญากาศเนี่ย ช่วยยืดอายุของสินค้าได้แบบเห็นผลชัดเจนเลยนะ หลักการมันง่ายๆ คือการดึงอากาศออกจากถุงให้มากที่สุดก่อนที่จะทำการซีลปิดปากถุงให้สนิท พอไม่มีอากาศเข้าไปในถุง เชื้อโรคหรือแบคทีเรียที่ทำให้ของเสียก็เติบโตได้ยากขึ้นเยอะเลย ทำให้สินค้าของเราเนี่ย สดใหม่ อยู่ได้นานขึ้นกว่าเดิมเยอะเลยล่ะ
ลองนึกภาพอาหารสดๆ ที่เราซื้อมา ถ้าเราเอาไปซีลสูญญากาศก่อนแช่ตู้เย็น หรือแช่ช่องแข็ง มันจะช่วยป้องกันไม่ให้อากาศสัมผัสกับอาหารโดยตรง ลดการเกิดออกซิเดชัน หรือที่เรียกว่าการทำปฏิกิริยากับอากาศนั่นแหละ ซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้อาหารเปลี่ยนสี เปลี่ยนกลิ่น และเสียรสชาติไป ยิ่งถ้าเป็นพวกเนื้อสัตว์ ผัก ผลไม้ หรืออาหารแปรรูป การซีลสูญญากาศจะช่วยรักษาคุณภาพ สีสัน และรสชาติได้ดีกว่าการแช่เย็นธรรมดามากๆ
นอกจากอาหารแล้ว สินค้าอื่นๆ ก็ได้ประโยชน์เหมือนกันนะ อย่างพวกสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ชิ้นเล็กๆ หรืออุปกรณ์ที่ไวต่อความชื้น การซีลสูญญากาศก็ช่วยป้องกันความเสียหายจากความชื้นได้ดี หรือแม้แต่พวกเอกสารสำคัญต่างๆ ก็สามารถเก็บรักษาให้อยู่ในสภาพดีได้นานขึ้น
ประโยชน์หลักๆ ที่ช่วยยืดอายุสินค้า:
- ป้องกันการเกิดออกซิเดชัน: ลดการสัมผัสกับอากาศ ทำให้สี กลิ่น และรสชาติของอาหารคงเดิม
- ชะลอการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์: อากาศเป็นปัจจัยสำคัญในการเติบโตของแบคทีเรียและเชื้อรา การกำจัดอากาศออกไปจึงช่วยยับยั้งกระบวนการเน่าเสียได้
- ป้องกันความเสียหายจากความชื้น: เหมาะสำหรับสินค้าที่ไวต่อความชื้น ช่วยรักษาคุณภาพของสินค้าให้คงทน
- ลดการระเหยของน้ำ: ป้องกันไม่ให้อาหารแห้ง หรือสูญเสียน้ำหนัก ทำให้เนื้อสัมผัสยังคงดีอยู่
- ป้องกันกลิ่นปนเปื้อน: ช่วยกักเก็บกลิ่นของอาหารแต่ละชนิดไว้ ไม่ให้ปะปนกันในตู้เย็น
การใช้เครื่องซีลสูญญากาศไม่ได้เป็นแค่การถนอมอาหารเท่านั้น แต่มันคือการลงทุนเพื่อรักษาคุณภาพและมูลค่าของสินค้าให้ยาวนานขึ้น ช่วยลดการสูญเสีย และเพิ่มความพึงพอใจให้กับลูกค้าได้อีกด้วยนะ
สรุปส่งท้าย: เครื่องซีลสูญญากาศ ตัวช่วยดีๆ ที่ธุรกิจไม่ควรมองข้าม
ก็เป็นยังไงกันบ้างครับกับข้อมูลทั้งหมดเกี่ยวกับเครื่องซีลสูญญากาศที่เราเอามาฝากกันในวันนี้ จะเห็นได้ว่าเจ้าเครื่องซีลนี่แหละครับ เป็นอะไรที่มากกว่าแค่การปิดปากถุงธรรมดาๆ มันช่วยยืดอายุอาหาร ยืดอายุสินค้าของเราได้เยอะเลยนะ แถมยังช่วยให้การจัดเก็บเป็นระเบียบขึ้นอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจเล็กๆ ในครัวเรือน หรือโรงงานใหญ่ๆ ก็สามารถนำไปปรับใช้ได้ทั้งนั้นครับ การเลือกเครื่องที่เหมาะสมกับงานของเราก็สำคัญนะ จะได้ไม่เสียเงินเปล่า แถมยังทำงานได้เต็มที่อีกด้วย ถ้าใครกำลังมองหาเครื่องซีลดีๆ สักเครื่อง ลองศึกษาข้อมูลเพิ่มเติม หรือปรึกษาผู้เชี่ยวชาญดูก็ได้ครับ รับรองว่าคุ้มค่ากับการลงทุนแน่นอน
คำถามที่พบบ่อย
เครื่องซีลสูญญากาศช่วยยืดอายุอาหารได้อย่างไร?
การดึงอากาศออกจากถุงก่อนซีล จะช่วยลดการสัมผัสกับออกซิเจน ซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้อาหารเสียเร็ว เมื่ออากาศน้อยลง แบคทีเรียที่ทำให้อาหารเน่าเสียก็เติบโตได้ยากขึ้น ทำให้อาหารสดใหม่ได้นานกว่าเดิมค่ะ
เราควรเลือกเครื่องซีลแบบไหนดี?
มีหลายแบบให้เลือกเลยค่ะ ถ้าใช้ในบ้านทั่วไป หรือธุรกิจเล็กๆ ที่ไม่หนักมาก อาจจะเลือกแบบดูดอากาศภายนอกก็ได้ แต่ถ้าธุรกิจใหญ่ขึ้น หรือต้องซีลของที่มีน้ำเยอะๆ อาจจะต้องดูรุ่นที่ดูดอากาศจากลิ้น หรือแบบห้องสูญญากาศเลยค่ะ ลองดูว่าเราจะซีลของแบบไหน ปริมาณเท่าไหร่ แล้วเลือกให้เหมาะกับงานนะคะ
เครื่องซีลสูญญากาศใช้กับถุงแบบไหนได้บ้าง?
ส่วนใหญ่จะใช้กับถุงที่ออกแบบมาสำหรับเครื่องซีลสูญญากาศโดยเฉพาะค่ะ เช่น ถุงลายขรุขระ หรือถุงที่ทนความร้อนได้ดี แต่ก็มีบางรุ่นที่ใช้กับถุงเรียบได้เหมือนกัน ต้องดูตามสเปกของเครื่องและประเภทถุงที่เราจะใช้ค่ะ
ต้องดูแลรักษาเครื่องซีลอย่างไรบ้าง?
ต้องหมั่นทำความสะอาดคราบสกปรกที่อาจติดอยู่ตามแถบซีลนะคะ ถ้าเป็นเครื่องใหญ่ที่มีปั๊มสูญญากาศ ก็ต้องคอยเช็คน้ำมันเครื่องตามรอบที่คู่มือกำหนดไว้ค่ะ และถ้าใช้เครื่องนานๆ ควรให้เครื่องได้พักบ้าง เพื่อไม่ให้เครื่องร้อนเกินไปค่ะ
การซีลแบบสุญญากาศช่วยให้อาหารรสชาติเข้มข้นขึ้นจริงหรือ?
จริงค่ะ! เวลาเราซีลสูญญากาศ ซอสหรือเครื่องปรุงต่างๆ จะถูกดูดเข้าไปในเนื้ออาหารได้ดีกว่าการหมักแบบธรรมดา ทำให้รสชาติเข้าเนื้อมากขึ้น เวลานำไปปรุงสุกก็จะอร่อยยิ่งขึ้นค่ะ
เครื่องซีลสูญญากาศมีประโยชน์มากกว่าแค่ถนอมอาหารหรือไม่?
แน่นอนค่ะ นอกจากถนอมอาหารแล้ว ยังช่วยจัดระเบียบของในตู้เย็นให้ดูเป็นระเบียบและประหยัดพื้นที่มากขึ้นด้วยนะคะ บางธุรกิจก็ใช้ซีลสินค้าอื่นๆ ที่ไม่ใช่อาหาร เพื่อป้องกันความชื้นหรือสิ่งสกปรกค่ะ
